โซลาร์รูฟท็อป 50,000 บาท เปิดลงทะเบียนเมื่อไร? อัปเดตล่าสุด 12 กันยายน 2569
โครงการสนับสนุน Solar Rooftop ภาคครัวเรือน มีความชัดเจนมากขึ้น หลังรัฐบาลเปิดเผยความคืบหน้าว่าเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในช่วง กลางเดือนตุลาคม 2569 พร้อมเงินอุดหนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยข่าวล่าสุดระบุวงเงิน 50,000 บาทต่อครัวเรือน
เบื้องต้นโครงการตั้งเป้าประมาณ 1 ล้านครัวเรือน และมีการพิจารณาขยายเป้าหมายเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน พร้อมแผนดำเนินโครงการต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2570
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจยังไม่ควรตีความว่า “ทุกบ้านจะได้รับ 50,000 บาทแน่นอน” เนื่องจากรายละเอียดเรื่องขนาดระบบ วงเงินช่วยเหลือตามขนาด Solar Rooftop คุณสมบัติผู้สมัคร อัตรารับซื้อไฟฟ้า และหลักเกณฑ์สินเชื่อฉบับสมบูรณ์ ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ยังมีข้อเสนอให้บ้านขนาดเล็กสามารถติดตั้งระบบขนาดประมาณ 3 kW และรับเงินสนับสนุนในกรอบประมาณ 30,000–50,000 บาท แทนแนวทางเดิมที่กล่าวถึงระบบประมาณ 5 kW จึงควรติดตามเงื่อนไขสุดท้ายอีกครั้ง
อัปเดตล่าสุด โครงการ Solar Rooftop 50,000 บาท มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?
ข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- เตรียมเปิดลงทะเบียนช่วง กลางเดือนตุลาคม 2569
- เป้าหมายเบื้องต้นประมาณ 1 ล้านครัวเรือน
- อยู่ระหว่างพิจารณาขยายเป้าหมายเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน
- มีแผนดำเนินโครงการต่อเนื่องจนถึง สิ้นปี 2570
- กำหนดเบื้องต้น 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ
- ผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า หรือเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้า
- สามารถติดตั้งแผง Solar ได้ทั้งบนหลังคาและบนพื้นที่เหมาะสม
- ข่าวล่าสุดระบุเงินอุดหนุน 50,000 บาทต่อครัวเรือน
- เงินสนับสนุนจะจ่ายหลังจากการไฟฟ้าดำเนินการเชื่อมต่อระบบเรียบร้อยแล้ว
- มีธนาคารรัฐเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อสำหรับค่าติดตั้ง
- การไฟฟ้าจะติดตั้ง Smart Meter
- ครัวเรือนสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
สรุปโครงการ Solar Rooftop 50,000 บาท แบบเข้าใจง่าย
| รายละเอียด | ข้อมูลล่าสุด |
|---|---|
| เงินสนับสนุน | ข่าวล่าสุดระบุ 50,000 บาท/ครัวเรือน |
| ระบบบ้านขนาดเล็ก | มีข้อเสนอระบบประมาณ 3 kW และเงินช่วยเหลือ 30,000–50,000 บาท |
| แนวทางก่อนหน้า | เคยกล่าวถึงระบบประมาณ 5 kW |
| เป้าหมาย | 1 ล้านครัวเรือน |
| เป้าหมายที่อาจเพิ่ม | สูงสุดประมาณ 1.5 ล้านครัวเรือน |
| จำนวนสิทธิ์ | 1 ครัวเรือน / 1 สิทธิ |
| ผู้ยื่นสิทธิ | เจ้าของมิเตอร์ หรือผู้ใช้ไฟของการไฟฟ้า |
| การติดตั้ง | หลังคาหรือพื้นที่เหมาะสม |
| ธนาคารรัฐ | ออมสิน / ธอส. / ธ.ก.ส. |
| Smart Meter | การไฟฟ้าเตรียมติดตั้งให้ผู้เข้าร่วม |
| ขายไฟคืน | มีแนวทางรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน |
| เปิดลงทะเบียน | เตรียมเปิดช่วงกลางเดือน ต.ค. 2569 |
| ระยะโครงการ | มีแผนถึงสิ้นปี 2570 |
ข้อมูลโครงการยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดบางส่วน ตารางนี้จึงเป็นการสรุปจากข้อมูลที่หน่วยงานภาครัฐเปิดเผยต่อสาธารณะ ณ วันที่ 12 กันยายน 2569 ไม่ใช่ประกาศเงื่อนไขรับสมัครฉบับสุดท้าย

เงิน 50,000 บาท เป็นเงินให้เปล่าหรือเงินกู้?
ข้อมูลที่รัฐบาลเปิดเผยก่อนหน้านี้ระบุว่า เงินสนับสนุน 50,000 บาทมีลักษณะเป็นเงินอุดหนุนจากภาครัฐ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการติดตั้ง Solar Rooftop ไม่ใช่วงเงินกู้ที่ประชาชนต้องนำมาชำระคืน
ส่วนเงินลงทุนที่เหลือ รัฐบาลมีแนวทางให้สถาบันการเงินของรัฐเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อ
ตัวอย่างเชิงหลักการ หากระบบ Solar Rooftop มีมูลค่า 100,000 บาท และครัวเรือนนั้นผ่านเงื่อนไขได้รับเงินอุดหนุน 50,000 บาท ต้นทุนสุทธิหลังได้รับเงินสนับสนุนอาจเหลือประมาณ 50,000 บาท
แต่ต้องเข้าใจว่า ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินสด 50,000 บาทก่อนติดตั้ง
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า รัฐจะจ่ายเงินสนับสนุนหลังจากการไฟฟ้าได้ดำเนินการเชื่อมระบบไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ธนาคารรัฐจะมีบทบาทในการสำรองเงินลงทุนผ่านสินเชื่อ
ราคาจริงของ Solar Rooftop ยังแตกต่างกันตามขนาดระบบ แผงโซลาร์เซลล์ Inverter ระบบไฟฟ้า ลักษณะหลังคา และเงื่อนไขหน้างานแต่ละบ้าน
Solar Rooftop ต้องติด 3 kW หรือ 5 kW?
ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ต้องติดตามมากที่สุด
แนวทางที่เปิดเผยก่อนหน้านี้กล่าวถึงระบบขนาดประมาณ 5 kW สำหรับครัวเรือนที่มีค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3,000–4,000 บาทต่อเดือน
แต่วันที่ 9 กันยายน 2569 มีการเปิดเผยข้อเสนอสำหรับ บ้านขนาดเล็ก ให้สามารถลดขนาดกำลังติดตั้งขั้นต่ำลงเหลือประมาณ 3 kW พร้อมกรอบเงินสนับสนุนประมาณ 30,000–50,000 บาทต่อครัวเรือน
ดังนั้นในขณะนี้ยังไม่ควรสรุปว่า ทุกบ้านต้องติด 5 kW หรือทุกบ้านจะได้รับเงิน 50,000 บาทเท่ากัน
ควรรอหลักเกณฑ์สุดท้ายว่า
- ระบบ 3 kW ได้รับเงินสนับสนุนเท่าไร
- ระบบ 5 kW ได้รับเงินสนับสนุนเท่าไร
- มีขนาดระบบขั้นต่ำหรือสูงสุดหรือไม่
- ใช้ค่าไฟหรือประวัติการใช้ไฟเป็นเงื่อนไขหรือไม่
- มีการกำหนดประเภทบ้านหรือมิเตอร์เพิ่มเติมหรือไม่
บ้านค่าไฟ 3,000–4,000 บาท ได้สิทธิ์หรือไม่?
บ้านที่มีค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3,000–4,000 บาทต่อเดือน เคยถูกระบุในแนวทางก่อนหน้าว่าเป็นกลุ่มที่มีความเหมาะสมกับการติด Solar Rooftop ประมาณ 5 kW
แต่ข้อมูลนี้ ยังไม่ควรตีความว่าเป็นเกณฑ์รับสิทธิอย่างเป็นทางการ
กล่าวคือ บ้านที่ค่าไฟต่ำกว่า 3,000 บาทไม่ได้แปลว่าจะหมดสิทธิ และบ้านที่มีค่าไฟมากกว่า 4,000 บาทก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิแน่นอน
สิ่งที่สำคัญกว่ายอดค่าไฟรวมคือ “รูปแบบการใช้ไฟ” หรือ Load Profile
ตัวอย่างบ้านที่มักมีศักยภาพในการใช้ Solar Rooftop ได้ดี ได้แก่
- มีคนอยู่บ้านช่วงกลางวัน
- Home Office
- เปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงกลางวัน
- มีผู้สูงอายุหรือสมาชิกอยู่บ้านตลอดวัน
- มีธุรกิจขนาดเล็กภายในบ้าน
- มีรถ EV และสามารถชาร์จช่วงที่ Solar ผลิตไฟได้
บ้านที่ใช้ไฟช่วงกลางวันมาก สามารถนำไฟฟ้าที่ Solar ผลิตได้มาใช้เองได้โดยตรงมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปช่วยเพิ่มสัดส่วน Self-Consumption และความคุ้มค่าของระบบ
ระบบ Net Billing คืออะไร?
ในแนวทางที่รัฐบาลเปิดเผยก่อนหน้านี้ มีการระบุว่าจะนำระบบ Net Billing มาใช้เพื่อรองรับการขายไฟฟ้าส่วนเกินจาก Solar Rooftop กลับเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้า
หลักการอธิบายง่าย ๆ คือ
Solar ผลิตไฟ → บ้านใช้ไฟก่อน → ไฟที่เหลือส่งเข้าสู่ระบบ → การไฟฟ้าคำนวณมูลค่าตามอัตรารับซื้อ
Net Billing ไม่เหมือนกับ Net Metering
Net Metering
โดยหลักทั่วไปจะนำจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตเกินไปหักกับหน่วยไฟฟ้าที่ซื้อจากระบบ
Net Billing
ไฟฟ้าที่ขายเข้าสู่ระบบจะถูกคำนวณเป็น “มูลค่าเงิน” ตามอัตรารับซื้อ แล้วจึงนำไปหักหรือคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
จึงไม่ควรเข้าใจว่า
ผลิต Solar เกิน 1 หน่วย = หักไฟที่ซื้อ 1 หน่วยในราคาเดียวกัน
เพราะราคาที่ประชาชนซื้อไฟจากการไฟฟ้ากับอัตราที่การไฟฟ้ารับซื้อไฟส่วนเกินสามารถแตกต่างกันได้
นอกจากนี้ กพช. เคยเห็นชอบกรอบการรับซื้อไฟส่วนเกินจาก Solar Rooftop ภาคประชาชนในรูปแบบ Net Billing โดยกำหนดกรอบรับซื้อไม่เกิน 5 kW ต่อมิเตอร์และอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 10 ปี แต่ต้องแยกกรอบดังกล่าวออกจากเงื่อนไขของมาตรการเงินสนับสนุน 50,000 บาท ซึ่งควรรอประกาศรายละเอียดการเชื่อมโยงของโครงการอีกครั้ง
สินเชื่อ Solar Rooftop ไม่ต้องสำรองเงินทั้งหมดจริงหรือไม่?
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีแนวทางให้ประชาชนไม่ต้องสำรองเงินลงทุนสำหรับติดตั้ง Solar Rooftop ทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยธนาคารของรัฐจะเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อ
ธนาคารที่มีการกล่าวถึงล่าสุด ได้แก่
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
หลังระบบเชื่อมต่อและสามารถขายไฟกลับเข้าสู่ระบบได้ การไฟฟ้ามีแนวทางนำรายได้จากการรับซื้อไฟฟ้าคืนไปหักชำระค่างวดสินเชื่อให้กับธนาคารรัฐ
ข่าวล่าสุดยังยกตัวอย่างว่า ระบบขนาดประมาณ 5 kW อาจมีรายได้จากการขายไฟคืนเฉลี่ยประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 1,000 บาทต่อเดือนเป็นเพียงค่าประเมินตามแนวทางที่เปิดเผย ไม่ใช่รายได้ที่รับประกันสำหรับทุกครัวเรือน เพราะรายได้จริงขึ้นอยู่กับปริมาณ Solar Production, Self-Consumption, ปริมาณไฟที่ส่งออก และอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ใช้จริง
ประวัติการใช้ไฟอาจถูกนำมาประกอบการพิจารณาสินเชื่อ
ในแนวทางที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ มีการเสนอให้นำ ประวัติและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือน มาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินสินเชื่อ แทนการมองสินเชื่อ Solar Rooftop เป็นเพียงการกู้เงินซื้ออุปกรณ์
แนวคิดคือ หากบ้านมีค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง การติด Solar สามารถเปลี่ยนค่าใช้จ่ายบางส่วนให้เป็นการลงทุนในระบบผลิตไฟของบ้านเอง
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์เครดิต รายได้ขั้นต่ำ อายุผู้กู้ วงเงินสินเชื่อ ดอกเบี้ย และวิธีประเมินประวัติการใช้ไฟ ยังต้องรอรายละเอียดจากธนาคารแต่ละแห่ง
ต้องเปลี่ยน Smart Meter หรือไม่?
ตามข้อมูลล่าสุด ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการติดตั้ง Smart Meter หรือมิเตอร์อัจฉริยะ เพื่อทดแทนมิเตอร์เดิมและรองรับการคำนวณพลังงานที่ผลิต ใช้งาน และขายกลับเข้าสู่ระบบ
Smart Meter จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบซื้อขายไฟฟ้าระหว่างครัวเรือนกับการไฟฟ้า และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Smart Grid
ข่าวล่าสุดยังระบุว่า งบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานส่วนนี้จะมาจากเงินลงทุนของการไฟฟ้าเอง ไม่ใช่เงินกู้ตามมาตรการเงินสนับสนุน Solar Rooftop
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนที่เจ้าของบ้านต้องดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนมิเตอร์ ยังควรรอรายละเอียดการสมัครอย่างเป็นทางการ
ติด Solar Rooftop แล้วคืนทุน 3–4 ปีจริงหรือไม่?
ข้อมูลในแนวทางก่อนหน้ามีการประเมินว่า หลังรวมเงินสนับสนุนภาครัฐแล้ว Solar Rooftop อาจคืนทุนได้ประมาณ 3–4 ปี ในบางกรณี
แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปใช้เป็นคำรับประกันกับทุกบ้าน
ตัวอย่างเช่น บ้านสองหลังมีค่าไฟเดือนละ 4,000 บาทเท่ากัน
บ้านแรกใช้ไฟส่วนใหญ่เวลา 09.00–17.00 น.
อีกบ้านไม่มีคนอยู่กลางวันและใช้ไฟเกือบทั้งหมดตอนเย็นและกลางคืน
แม้บิลค่าไฟใกล้เคียงกัน แต่บ้านแรกมีโอกาสนำไฟจาก Solar มาใช้เองได้มากกว่า จึงสามารถมีความคุ้มค่าที่แตกต่างกันอย่างมาก
ก่อนติด Solar จึงควรวิเคราะห์อย่างน้อย 3 ค่า
Solar Production
- ระบบสามารถผลิตไฟได้ประมาณกี่หน่วยต่อวันและต่อปี
Self-Consumption
- บ้านสามารถใช้ไฟที่ Solar ผลิตได้เองกี่เปอร์เซ็นต์
Payback Period
- เมื่อรวมราคาติดตั้ง เงินสนับสนุน ค่าไฟที่ลดลง รายได้จากไฟที่ขายกลับ และค่าใช้จ่ายอื่นแล้ว ใช้เวลากี่ปีจึงคืนทุน
MEA และ PEA มีหน้าที่อย่างไร?
แนวทางโครงการก่อนหน้าระบุถึงการพัฒนาระบบในรูปแบบ One Stop Service โดยให้การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีบทบาทด้านการตรวจสอบมาตรฐาน ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อระบบ Solar Rooftop เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า
เรื่องนี้สำคัญเพราะ Solar Rooftop แบบ On-Grid ไม่ใช่เพียงติดแผงแล้วเปิดใช้งานได้ทันที แต่ต้องมีระบบไฟฟ้า Inverter อุปกรณ์ป้องกัน และการเชื่อมต่อที่ตรงตามมาตรฐานของการไฟฟ้า
ตอนนี้ลงทะเบียน Solar Rooftop 50,000 บาทได้หรือยัง?
ณ วันที่ 12 กันยายน 2569 ยังไม่พบช่องทางเปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ
กระทรวงการคลังระบุว่าเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในช่วง กลางเดือนตุลาคม 2569
ดังนั้นหากพบเว็บไซต์ โฆษณา หรือบุคคลที่อ้างว่าสามารถลงทะเบียนรับเงิน 50,000 บาทได้ทันที ควรตรวจสอบที่มาของข้อมูลก่อนกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือชำระเงิน
ควรรอประกาศช่องทางสมัครอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล กระทรวงการคลัง หรือหน่วยงานการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง
ควรรอเงินสนับสนุน 50,000 บาทก่อนติด Solar หรือไม่?
ไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกบ้าน
หากยังไม่ได้รีบติดตั้ง สิ่งที่สามารถทำได้ตั้งแต่ตอนนี้คือการสำรวจหน้างานและวิเคราะห์การใช้ไฟ โดยยังไม่จำเป็นต้องเลือกระบบทันที
ควรตรวจสอบอย่างน้อย
- ค่าไฟเฉลี่ยย้อนหลัง
- จำนวนหน่วยไฟที่ใช้ต่อเดือน
- ใช้ไฟมากช่วงกลางวันหรือกลางคืน
- พื้นที่และทิศทางของหลังคา
- สามารถติดตั้งได้ประมาณกี่ kW
- มีเงาบดบังแผงหรือไม่
- คาดว่าจะใช้ไฟ Solar เองได้กี่เปอร์เซ็นต์
- ระบบสามารถผลิตไฟประมาณกี่หน่วยต่อปี
- ค่าไฟสามารถลดลงประมาณเท่าไร
- ระยะเวลาคืนทุนก่อนและหลังได้รับเงินสนับสนุน
เมื่อเงื่อนไขโครงการประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว จึงค่อยนำเงินสนับสนุนและสินเชื่อเข้ามาคำนวณเพิ่มเติม จะช่วยให้ประเมินความคุ้มค่าได้แม่นยำกว่าการเลือก Solar จากขนาด 3 kW, 5 kW หรือ 10 kW เพียงอย่างเดียว
FAQ โครงการ Solar Rooftop 50,000 บาท
รัฐบาลสนับสนุนติดโซลาร์เซลล์ 50,000 บาทจริงหรือไม่?
มีแนวทางสนับสนุนจริง โดยข้อมูลล่าสุดวันที่ 12 กันยายน 2569 ระบุวงเงินอุดหนุน 50,000 บาทต่อครัวเรือน และเตรียมเปิดลงทะเบียนช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 แต่หลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ
Solar Rooftop 50,000 บาท เปิดลงทะเบียนวันไหน?
กระทรวงการคลังระบุว่าเตรียมเปิดลงทะเบียนช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 แต่วัน เวลา เว็บไซต์ และขั้นตอนสมัครอย่างเป็นทางการยังต้องรอประกาศอีกครั้ง
หนึ่งบ้านขอได้กี่สิทธิ์?
แนวทางล่าสุดระบุ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิ โดยผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าหรือเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้า
ระบบที่ได้รับการสนับสนุนต้องขนาดกี่ kW?
แนวทางเดิมกล่าวถึงระบบประมาณ 5 kW แต่มีข้อเสนอใหม่ให้บ้านขนาดเล็กสามารถติดระบบประมาณ 3 kW พร้อมกรอบเงินช่วยเหลือ 30,000–50,000 บาท ดังนั้นขนาดระบบที่เข้าเกณฑ์สุดท้ายยังต้องรอหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ
บ้านค่าไฟไม่ถึง 3,000 บาท สมัครได้หรือไม่?
ยังยืนยันไม่ได้ว่าค่าไฟ 3,000 บาทเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับรับสิทธิ ตัวเลขค่าไฟ 3,000–4,000 บาทมาจากแนวทางก่อนหน้าที่ระบุว่าเป็นกลุ่มที่เหมาะกับ Solar ประมาณ 5 kW ไม่ใช่ประกาศคุณสมบัติผู้สมัครฉบับสุดท้าย
ต้องจ่ายค่าติดตั้งก่อนหรือไม่?
แนวทางล่าสุดระบุว่าธนาคารรัฐจะเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสำรองเงินลงทุน แต่รายละเอียดขั้นตอนการเบิกเงิน วงเงิน ดอกเบี้ย และคุณสมบัติผู้กู้ยังต้องรอประกาศจากธนาคารและโครงการ
เงิน 50,000 บาทได้รับก่อนหรือหลังติด Solar?
ข่าวล่าสุดระบุว่า รัฐจะจ่ายเงินสนับสนุนหลังจากการไฟฟ้าได้ดำเนินการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว
ติด Solar 5 kW ขายไฟได้เดือนละ 1,000 บาทจริงหรือไม่?
ข้อมูลล่าสุดประเมินว่า ระบบประมาณ 5 kW อาจสร้างรายได้จากการขายไฟคืนเฉลี่ยประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่รายได้ที่รับประกัน เพราะขึ้นอยู่กับปริมาณไฟที่ผลิต ใช้เอง ส่งกลับ และอัตรารับซื้อจริง
ต้องเปลี่ยน Smart Meter หรือไม่?
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าการไฟฟ้าจะดำเนินการติดตั้ง Smart Meter ให้ครัวเรือนที่เข้าร่วม เพื่อรองรับการคำนวณและการขายไฟคืนเข้าสู่ระบบ
สนใจติด Solar Rooftop ควรเริ่มจากอะไร?
ก่อนเลือกระบบ Solar Rooftop ไม่ควรตัดสินใจจากคำว่า 3 kW, 5 kW หรือ 10 kW เพียงอย่างเดียว เพราะระบบที่มีขนาดใหญ่กว่าไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มค่ากว่าสำหรับทุกบ้าน
INSIDERSYSTEM สามารถช่วยวิเคราะห์จาก บิลค่าไฟ พฤติกรรมการใช้ไฟ และพื้นที่ติดตั้งจริง เพื่อประเมินขนาด Solar Rooftop ที่เหมาะสม รวมถึงประมาณการ Solar Production, Self-Consumption และระยะคืนทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
ต้องการรู้ว่าบ้านของคุณเหมาะกับ Solar Rooftop ขนาดเท่าไร?
ส่งบิลค่าไฟล่าสุดให้ทีม INSIDERSYSTEM เพื่อประเมินขนาดระบบเบื้องต้น และวิเคราะห์โอกาสในการลดค่าไฟก่อนตัดสินใจติดตั้ง
หมายเหตุ: บทความนี้อัปเดตข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 12 กันยายน 2569 โดยอ้างอิงข้อมูลที่หน่วยงานรัฐและผู้เกี่ยวข้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ขนาดระบบ วงเงินสนับสนุน คุณสมบัติผู้เข้าร่วม หลักเกณฑ์สินเชื่อ อัตรารับซื้อไฟ และช่องทางลงทะเบียนอาจมีการเปลี่ยนแปลงจนกว่าจะมีประกาศโครงการอย่างเป็นทางการ

