โซลาร์ล้านหลังคา 2569 รัฐดัน “ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิล” ช่วยประชาชนลดค่าไฟ เช็กเงื่อนไขล่าสุด

โซลาร์ล้านหลังคา 2569 รัฐดัน “ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิล” ช่วยประชาชนลดค่าไฟ

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันโครงการ “โซลาร์ล้านหลังคา” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องการลดค่าไฟ แต่ยังติดข้อจำกัดเรื่องเงินลงทุนก้อนแรกซึ่งอาจอยู่ในระดับหลักแสนบาท

แนวทางที่กระทรวงพลังงานกำลังผลักดันจึงไม่ได้มีเพียงการส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เท่านั้น แต่พยายามสร้างโมเดลด้านการเงินควบคู่กัน ทั้ง แนวทางสนับสนุนค่าติดตั้ง Solar Rooftop ประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินของรัฐ และระบบ On-bill Financing หรือ “ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิลค่าไฟ” เพื่อให้ประชาชนสามารถนำเงินค่าไฟที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือนมาช่วยชำระค่าระบบโซลาร์เซลล์

หากโมเดลนี้เกิดขึ้นจริงตามแนวทางที่เสนอ จะทำให้การติดตั้ง Solar Rooftop เปลี่ยนจากการลงทุนเงินก้อนใหญ่ มาเป็นการค่อย ๆ ชำระจากต้นทุนค่าไฟที่ลดลง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเห็นประโยชน์จากการติดโซลาร์ได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รายละเอียดของโครงการยังอยู่ระหว่างการออกแบบ ทั้งคุณสมบัติผู้มีสิทธิ วงเงินสนับสนุน รูปแบบสินเชื่อ ระยะเวลาผ่อน และช่องทางลงทะเบียน ดังนั้นประชาชนยังไม่สามารถลงทะเบียนรับเงินสนับสนุน 50,000 บาทจากโครงการโซลาร์ล้านหลังคาได้ในขณะนี้

โครงการ “โซลาร์ล้านหลังคา” คืออะไร?

แนวคิดของโครงการโซลาร์ล้านหลังคา คือการผลักดันให้บ้านเรือนประชาชนเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ซื้อไฟฟ้า มาเป็นผู้ที่สามารถ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เองภายในบ้าน

เป้าหมายที่ถูกเสนอไว้คือการขยาย Solar Rooftop ไปสู่ระดับประมาณ 1 ล้านหลังคาเรือน ซึ่งหากแต่ละระบบมีกำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 5kW จะคิดเป็นกำลังการผลิตรวมประมาณ 5,000 เมกะวัตต์

ประโยชน์จึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเจ้าของบ้านที่สามารถลดค่าไฟเท่านั้น แต่ในภาพรวมยังอาจช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงนำเข้า โดยเฉพาะ LNG และเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าของประเทศ

แต่โจทย์สำคัญคือ แม้ Solar Rooftop จะช่วยลดค่าไฟได้ในระยะยาว แต่ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นยังเป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนจำนวนมาก รัฐจึงนำแนวคิดด้านเงินสนับสนุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และ On-bill Financing เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้

โมเดล “ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิล” ทำงานอย่างไร?

หัวใจสำคัญของโครงการอยู่ที่แนวคิด On-bill Financing ซึ่งพยายามทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องนำเงินก้อนใหญ่มาจ่ายค่าระบบ Solar Rooftop ตั้งแต่วันแรก

โมเดลเบื้องต้นสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่เชื่อมต่อกัน ได้แก่ เงินสนับสนุนจากภาครัฐ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ และการนำเงินค่าไฟที่ประหยัดได้มาช่วยชำระค่างวด

1. รัฐช่วยลดต้นทุนติดตั้งประมาณ 50,000 บาท

ขั้นแรกมีการเสนอแนวทางให้ภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง Solar Rooftop ประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อช่วยลดต้นทุนของระบบก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดสินเชื่อ

ตัวอย่างเช่น หากค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop สูงกว่าวงเงินสนับสนุน เงิน 50,000 บาทจะช่วยลดภาระเงินต้นก่อน ส่วนยอดที่เหลือจึงค่อยเข้าสู่รูปแบบสินเชื่อที่รัฐกำลังออกแบบ

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนว่า วงเงิน 50,000 บาทที่กล่าวถึงยังเป็นรายละเอียดของแนวทางโครงการ โดยหลักเกณฑ์สุดท้าย เช่น บ้านประเภทใดมีสิทธิ ขนาดระบบที่เข้าร่วมได้ หรือมีเงื่อนไขรายได้หรือค่าไฟอย่างไร ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ

ผู้ที่ต้องการติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการนี้โดยเฉพาะ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ โครงการช่วยติดโซลาร์ 50,000 บาทต่อครัวเรือน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

เมื่อภาครัฐช่วยลดเงินต้นบางส่วนแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการหาวิธีทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือไม่กลายเป็นภาระเงินก้อนของเจ้าของบ้าน

2. ส่วนที่เหลือใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

แนวทางที่กำลังถูกเสนอจึงให้สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เข้ามาช่วยสนับสนุนสินเชื่อสำหรับค่าใช้จ่ายที่เหลือจากเงินสนับสนุนของรัฐ

อัตราดอกเบี้ยที่มีการกล่าวถึงเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 2–4% ต่อปี โดยเป้าหมายคือทำให้ค่างวดต่อเดือนไม่สูงจนเกินไป และสัมพันธ์กับจำนวนเงินค่าไฟที่เจ้าของบ้านสามารถประหยัดได้หลังติดตั้งโซลาร์เซลล์

แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่อัตราสินเชื่อที่ประชาชนสามารถยื่นกู้ได้ทันที เนื่องจากยังต้องรอรายละเอียดจากธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

จุดนี้เองที่เชื่อมเข้าสู่ส่วนสำคัญที่สุดของ On-bill Financing นั่นคือ การนำเงินค่าไฟที่ประหยัดได้มาใช้ช่วยผ่อนค่าระบบ

3. ใช้ค่าไฟที่ประหยัดได้มาช่วยผ่อน

เมื่อบ้านติดตั้ง Solar Rooftop แล้ว ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันจะถูกนำมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านก่อน ทำให้ปริมาณไฟที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้าลดลง

ตัวอย่างเช่น จากเดิมเจ้าของบ้านอาจมีค่าไฟเดือนละ 4,000–5,000 บาท หลังติดตั้ง Solar Rooftop ค่าไฟที่ต้องจ่ายให้การไฟฟ้าอาจลดลงตามปริมาณไฟที่สามารถผลิตและใช้เองได้

แนวคิด On-bill Financing จึงนำ “ส่วนต่างค่าไฟที่ลดลง” มาเป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณค่างวด เพื่อให้ประชาชนสามารถผ่อนค่าระบบไปพร้อมกับการเห็นค่าไฟลดลง

เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ไม่ต้องใช้เงินก้อนแรก” แต่ต้องออกแบบค่างวดให้สัมพันธ์กับเงินที่ประหยัดได้ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายรวมหลังติดตั้งไม่กลายเป็นภาระที่สูงกว่าเดิม

คำถามถัดมาคือ แล้วในทางปฏิบัติ Solar Rooftop สามารถลดค่าไฟได้มากแค่ไหน?

ติดโซลาร์ 5kW ช่วยลดค่าไฟได้เท่าไร?

ข้อมูลที่กระทรวงพลังงานใช้ประกอบแนวคิดระบุว่า ระบบ Solar Rooftop ขนาดประมาณ 5kW อาจผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 600 หน่วยต่อเดือน และประเมินว่าช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 2,150–2,200 บาทต่อเดือน

หากสามารถออกแบบสินเชื่อให้ค่างวดต่อเดือนต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับจำนวนเงินที่ประหยัดได้ เจ้าของบ้านก็อาจเห็น ค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสุทธิลดลงตั้งแต่ช่วงที่ยังผ่อนระบบอยู่

และเมื่อชำระค่าระบบครบแล้ว ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ก็จะช่วยลดค่าไฟต่อไปตลอดอายุการใช้งานของระบบ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 600 หน่วยต่อเดือน หรือประหยัดประมาณ 2,150–2,200 บาท เป็นเพียงตัวเลขประมาณการ ไม่ใช่ผลประหยัดที่รับประกันได้สำหรับทุกบ้าน

เพราะ Solar Rooftop ของแต่ละบ้านให้ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น

  • ปริมาณการใช้ไฟในช่วงกลางวัน
  • ทิศทางและพื้นที่หลังคา
  • เงาบังจากอาคารหรือต้นไม้
  • ประสิทธิภาพของแผง Solar และ Inverter
  • สภาพอากาศและปริมาณแสงแดด
  • ขนาดระบบที่ติดตั้ง
  • พฤติกรรมการใช้ไฟของสมาชิกในบ้าน

บ้านที่เปิดแอร์ ทำงานจากบ้าน ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือชาร์จรถ EV ในช่วงกลางวัน มักมีโอกาสใช้ไฟที่ผลิตจาก Solar Rooftop ได้โดยตรงมากกว่าบ้านที่ไม่มีคนอยู่ในช่วงกลางวัน

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจว่าระบบ 5kW เหมาะหรือไม่ ควรดูจาก บิลค่าไฟและ Load Profile ของบ้านจริง มากกว่าการเลือกจากขนาดแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว

นอกจากการผลิตไฟไว้ใช้เองแล้ว อีกคำถามที่เจ้าของบ้านจำนวนมากสนใจคือ หากผลิตไฟได้มากกว่าที่ใช้ ไฟส่วนเกินสามารถนำไปขายคืนได้หรือไม่?

ผลิตไฟเหลือแล้วขายคืนได้หรือไม่?

การขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบเป็นอีกหนึ่งกลไกที่อาจช่วยเพิ่มความคุ้มค่าของ Solar Rooftop โดยเฉพาะบ้านที่มีการผลิตไฟช่วงกลางวันมากกว่าความต้องการใช้จริง

ปัจจุบันมี โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ปี 2569 ซึ่งเป็นโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากบ้านอยู่อาศัย โดยมีกรอบรับซื้อรวมประมาณ 500 เมกะวัตต์ และอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เป็นคนละมาตรการกับ “โซลาร์ล้านหลังคา” แม้ว่าทั้งสองแนวทางจะเกี่ยวข้องกับ Solar Rooftop เหมือนกันก็ตาม

กล่าวอย่างง่ายคือ

โซลาร์ภาคประชาชน
เน้นการเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตจาก Solar Rooftop กลับเข้าสู่ระบบ

ส่วน โซลาร์ล้านหลังคา
เน้นแก้ปัญหาด้านเงินลงทุน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ได้ง่ายขึ้น ผ่านเงินสนับสนุน สินเชื่อ และโมเดลการผ่อนชำระ

หากในอนาคตประชาชนสามารถเข้าถึงการติดตั้งได้ง่ายขึ้น พร้อมมีช่องทางขายไฟส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้ด้วย ก็จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าของ Solar Rooftop ในภาพรวมมากขึ้น

แต่ก่อนวางแผนเข้าร่วม สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ต้องรอรายละเอียดว่าโครงการโซลาร์ล้านหลังคาจะเริ่มเมื่อใด

โครงการโซลาร์ล้านหลังคาเริ่มเมื่อไหร่?

ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีประกาศวันเปิดลงทะเบียนโครงการโซลาร์ล้านหลังคาอย่างเป็นทางการ

รายละเอียดสำคัญของโมเดลยังอยู่ระหว่างการออกแบบร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องเงินสนับสนุน รูปแบบสินเชื่อ ระบบการผ่อนผ่านบิล คุณสมบัติของผู้สมัคร และขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ

ดังนั้น แม้ว่านโยบายจะถูกผลักดันอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังไม่ควรเข้าใจว่า “เงิน 50,000 บาทเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิแล้ว”

หากพบโฆษณาหรือข้อความที่ระบุว่า

“ลงทะเบียนรับเงิน 50,000 บาทได้แล้ว”

หรือ

“ติดโซลาร์ฟรีจากโครงการโซลาร์ล้านหลังคาได้ทันที”

ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐก่อนส่งข้อมูลส่วนบุคคล ชำระเงิน หรือทำสัญญาใด ๆ

เมื่อโครงการยังไม่เปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ คำถามต่อมาคือ ประชาชนที่สนใจควรติดตามข้อมูลจากที่ไหน

ถ้าสนใจโครงการโซลาร์ล้านหลังคา ต้องติดต่อที่ไหน?

ในขณะนี้ ยังไม่มีช่องทางลงทะเบียนโครงการโซลาร์ล้านหลังคาที่ประกาศอย่างเป็นทางการ

ประชาชนที่สนใจควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่

  • กระทรวงพลังงาน
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
  • การไฟฟ้านครหลวง (MEA)
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

โดยมีแนวคิดให้การไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาระบบ One Stop Service เพื่อทำให้ขั้นตอนการติดตั้ง Solar Rooftop และการดำเนินการด้านเอกสารง่ายขึ้นเมื่อรายละเอียดของโครงการมีความชัดเจน

แม้ยังไม่สามารถสมัครโครงการได้ในวันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของบ้านต้องรอโดยไม่สามารถเตรียมอะไรได้เลย เพราะสิ่งที่สามารถทำได้ตั้งแต่ตอนนี้คือ ประเมินว่าบ้านของเรามีความเหมาะสมกับ Solar Rooftop หรือไม่

บ้านแบบไหนควรเริ่มเตรียมตัวก่อน?

เจ้าของบ้านที่สนใจโครงการโซลาร์ล้านหลังคาสามารถเริ่มสำรวจข้อมูลของบ้านไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะบ้านที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • มีค่าไฟค่อนข้างสูงต่อเนื่องทุกเดือน
  • ใช้ไฟจำนวนมากในช่วงกลางวัน
  • มีพื้นที่หลังคาเพียงพอสำหรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
  • ไม่มีเงาบังพื้นที่ติดตั้งมากเกินไป
  • มีรถ EV หรือมีแผนติดตั้ง EV Charger
  • ต้องการลดค่าไฟในระยะยาว
  • มีแผนเพิ่ม Battery Energy Storage ในอนาคต

สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรตัดสินใจเลือก Solar Rooftop ขนาด 5kW หรือ 10kW เพียงเพราะเป็นแพ็กเกจที่ผู้ติดตั้งเสนอ

ระบบที่เหมาะสมควรคำนวณจากปริมาณการใช้ไฟจริง โดยเฉพาะการใช้ไฟในช่วงกลางวัน เพราะหากติดตั้งระบบใหญ่เกินความต้องการ ไฟที่ผลิตได้ส่วนหนึ่งอาจไม่ได้ถูกนำมาใช้ภายในบ้าน ทำให้ระยะเวลาคืนทุนยาวขึ้นกว่าที่คาด

ดังนั้น การวิเคราะห์บิลค่าไฟ พฤติกรรมการใช้ไฟ พื้นที่หลังคา และ Load Profile ก่อนติดตั้ง จึงมีความสำคัญไม่ว่าจะเข้าร่วมโครงการโซลาร์ล้านหลังคาหรือติดตั้งด้วยเงินลงทุนของตัวเอง

สรุป โซลาร์ล้านหลังคาช่วยประชาชนลดค่าไฟอย่างไร?

โครงการ “โซลาร์ล้านหลังคา” มีเป้าหมายหลักในการทำให้ Solar Rooftop เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น จากเดิมที่เจ้าของบ้านต้องลงทุนเงินหลักแสนด้วยตัวเอง มาเป็นโมเดลที่มีภาครัฐช่วยลดต้นทุนบางส่วน และใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับค่าใช้จ่ายที่เหลือ

หากระบบ On-bill Financing ถูกนำมาใช้ตามแนวคิดที่เสนอ ประชาชนจะสามารถนำ ส่วนต่างของค่าไฟที่ลดลงมาช่วยชำระค่าระบบโซลาร์เซลล์ แทนการนำเงินก้อนใหญ่มาลงทุนตั้งแต่เริ่มต้น

เมื่อผ่อนระบบครบแล้ว ประโยชน์จากการผลิตไฟฟ้าใช้เองจะยังคงช่วยลดค่าไฟของครัวเรือนต่อไปในระยะยาว ขณะที่ในระดับประเทศ หากมีการติดตั้ง Solar Rooftop จำนวนมาก ก็อาจช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าและเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการยังไม่เปิดรับสมัคร และรายละเอียดสำคัญ เช่น คุณสมบัติผู้มีสิทธิ วงเงินสนับสนุนจริง เงื่อนไขสินเชื่อ ระยะเวลาผ่อน และขั้นตอนลงทะเบียน ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามรายละเอียดเฉพาะเรื่องเงินสนับสนุน สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงการสนับสนุนติด Solar Rooftop 50,000 บาท มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ที่มา https://thestandard.co/ekanat-solar-rooftop-prosumer/

ต้องการติด Solar Rooftop ควรรอ “โซลาร์ล้านหลังคา” หรือไม่?

สำหรับเจ้าของบ้านที่ยังไม่รีบติดตั้ง การรอให้รายละเอียดของโครงการชัดเจนขึ้นก่อนก็เป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะจะทำให้สามารถเปรียบเทียบได้ว่า สิทธิประโยชน์ของโครงการคุ้มค่ากว่าการติดตั้งด้วยตัวเองหรือไม่

แต่สำหรับบ้านที่มีค่าไฟสูง การเริ่มประเมินความเหมาะสมของ Solar Rooftop สามารถทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ โดยไม่จำเป็นต้องรอวันเปิดโครงการ

สิ่งที่ควรเริ่มตรวจสอบ ได้แก่ ค่าไฟย้อนหลัง พฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวัน พื้นที่หลังคา ทิศทางของหลังคา และขนาดระบบที่เหมาะสม เพื่อประเมินว่าหากติด Solar Rooftop แล้ว บ้านสามารถลดค่าไฟได้ประมาณเท่าไร

Insider System สามารถให้คำปรึกษาและช่วยประเมินระบบ Solar Rooftop จากลักษณะการใช้ไฟจริงของบ้าน เพื่อเลือกขนาดระบบให้เหมาะสมก่อนตัดสินใจติดตั้ง

ทั้งนี้ การขอคำปรึกษาหรือประเมินระบบกับ Insider System ไม่ใช่การสมัครโครงการโซลาร์ล้านหลังคา และไม่ได้เป็นการยืนยันสิทธิรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ผู้สนใจควรรอประกาศหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

FAQ โครงการโซลาร์ล้านหลังคา

โซลาร์ล้านหลังคาให้เงิน 50,000 บาทจริงหรือไม่?

ขณะนี้มีแนวทางให้ภาครัฐสนับสนุนค่าติดตั้ง Solar Rooftop ประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับผู้มีสิทธิ วงเงินจริง และหลักเกณฑ์การรับเงินยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่ควรเข้าใจว่าเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับได้แล้ว

โครงการโซลาร์ล้านหลังคาลงทะเบียนที่ไหน?

ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศช่องทางลงทะเบียนโครงการโซลาร์ล้านหลังคาอย่างเป็นทางการ ควรติดตามข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน PEA MEA และสถาบันการเงินของรัฐที่เกี่ยวข้อง

ติดตั้งโซลาร์เซลล์ฟรีจริงไหม?

คำว่า “ติดฟรี” ในโมเดลที่เสนอ หมายถึงการลดหรือไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในช่วงเริ่มต้น โดยมีเงินสนับสนุนและสินเชื่อเข้ามาช่วยสำหรับค่าใช้จ่ายของระบบ ไม่ได้หมายความว่าระบบ Solar Rooftop ทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย

On-bill Financing คืออะไร?

On-bill Financing คือแนวคิดในการนำเงินที่ประหยัดได้จากค่าไฟหลังติดตั้ง Solar Rooftop มาช่วยชำระค่างวดของระบบ เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถทยอยจ่ายค่าระบบไปพร้อมกับการลดค่าไฟในแต่ละเดือน

ติด Solar Rooftop แล้วค่าไฟลดทันทีหรือไม่?

เมื่อระบบเริ่มผลิตไฟ เจ้าของบ้านสามารถลดปริมาณไฟฟ้าที่ต้องซื้อจากการไฟฟ้าได้ทันทีในช่วงที่มีแสงแดด แต่จำนวนเงินที่ลดได้จริงขึ้นอยู่กับขนาดระบบ ปริมาณการใช้ไฟช่วงกลางวัน สภาพหลังคา และพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้าน

ระบบ Solar Rooftop 5kW เหมาะกับทุกบ้านหรือไม่?

ไม่จำเป็น บ้านแต่ละหลังมีพฤติกรรมการใช้ไฟแตกต่างกัน การเลือกขนาดระบบควรอ้างอิงจากบิลค่าไฟและปริมาณการใช้ไฟช่วงกลางวัน เพื่อให้สามารถใช้ไฟที่ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ระยะเวลาคืนทุนที่เหมาะสม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *